บทความ

บันทึกความทรงจำเสี้ยวหนึ่งในเส้นทางไว้ เผื่ออ่านยามแก่เฒ่า

เมืองไม่ใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์ไม่เล็ก.....

มุ่งมองในแง่การเร้าความรู้สึก ก็อาจพอจะเรียก Expressionism ก็ได้ และมองภาพรวม ก็จัดว่า เป็น Fine Art ได้อีก...

เบื้องหลังที่สำคัญไม่น้อยกว่า เทคนิค ที่ทุกคนก็รู้ดีอีก คือ เวลาและความเพียรพยายาม สิ่งนี้ อธิบายง่ายสุดแต่ทำยากสุด

การไปคนเดียวก็มีจุดเด่น ก็คือ เรามีสมาธิที่สูงกว่ามาก

เพราะทุกเหตุการณ์สามารถเกิดในเสี้ยววินาที...

ตราบใดที่พอมีแสง ก็จะยังคงเดินไปหา

เช้าตรู่ก็ถ่ายฟ้าบลู เย็นก็ถ่ายอีกครั้ง

ขืนชอบอะไรๆเหมือนกันหมด คงสร้างปัญหาวุ่นวายไปอีกแบบจริงๆ

เราสามารถสร้างสรรค์ภาพให้แตกต่างทั้งๆที่ยืนอยู่ที่เดียวกันได้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย

อาจเป็นเพราะว่า มีโอกาสเคยร่ำเรียนกับอาจารย์ใหญ่ถึงลักษณะกายภาพของร่างกายคนเรา

ช่วงที่ไป เป็นฤดูฝนพอดี ฝนก็ตกโปรยปรายเป็นระยะๆ เมฆปกคลุมมืดครึ้ม ด้วยสถานการณ์ที่ดูเผินๆอาจไม่เอื้ออำนวยนัก แต่กลับสร้างบรรยากาศ และมิติที่ตรงข้ามกับวันฟ้าใส

ช่วงเวลาที่คัดภาพออก ก็จะมีเสียงในหัวว่า "เอาไว้" สลับ "เอาออก" ตลอด ไม่ว่าจะใช้อารมณ์ เหตุผลใดๆ มาตัดสิน สุดท้าย ก็ต้องตัดสินไม่ว่าชอบหรือไม่ก็ตาม

เสน่ห์ของการถ่ายภาพที่รู้สึกได้ในช่วงหลังๆ  คือ การที่ไม่สามารถคาดเดาได้ 100 % ในผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น...

เจอลมแรง หลายคนบอกว่า ยาก หลายคนบอกสนุก...

แสงสวยๆจากพระอาทิตย์ที่ลงได้ถูกตำแหน่งเหมือนจับวางนั้นมีอยู่จริง

Powered by MakeWebEasy.com