รากไทย

อัพเดทล่าสุด: Jul 7, 2018

ก่อนกำเนิด “รากไทย” ขณะที่ผมได้เดินทางไปยัง โบราณสถานแห่งอยุธยา เพื่อถ่ายภาพอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ในใจคิดแต่เพียงว่าจะไปทดลองถ่ายภาพเท่านั้น แต่เมื่อเริ่มเดินถ่ายภาพจนถึงในเขตพระราชวังโบราณที่รกร้างว่างเปล่าและปราศจากผู้คนนั้น ผมกลับรู้สึกรำลึกและสัมผัสได้ถึงเรื่องราวในบรรพกาลของโบราณสถานแห่งห้วงเวลาที่อยุธยาเป็นราชธานี ไม่ว่าเหตุการณ์เหล่านั้นจะได้รับการจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของชาติไทย หรือถูกลบหายไปจากการกล่าวขานของผู้คน ทุกชีวิตที่เคยร่วมกาลและลาผ่านอดีตเมื่อครั้งนั้นมาจะสามารถล่วงรู้หรือไม่ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจากการสรรค์สร้างของพวกเขาจะยืนหยัดผ่านวันเวลา จวบจนมาเป็นมรดกที่ตกทอดสู่อนุชนรุ่นหลังในปัจจุบัน ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ผมได้มีโอกาสเข้าชม ปราสาทสัจธรรม ที่จังหวัดชลบุรี แม้จะเป็นสถานที่ที่เกิดในต่างยุคต่างสมัยต่างสถานที่ก็ตาม แต่ผมกลับรู้สึกถึงจิตวิญญาณแห่งสถานที่ทั้งสอง ที่ได้ผูกสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นลึกซึ้งจนสัมผัสได้ ผมจึงเกิดแนวความคิดในผลงานชุด “รากไทย” เพื่อสื่อสะท้อนย้อนระลึกถึงช่วงเวลาหนึ่งของอยุธยาที่มีความเจริญรุ่งโรจน์ เป็นศูนย์กลางการรับและหลอมรวมการสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่า กลายเป็นบ่อเกิดแห่งวัฒนธรรมที่มั่นคง เสมือนต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึก แตกกิ่งก้านสาขารับแสงตะวัน แผ่ความเจริญงอกงามทางวัฒนธรรม คติ ความเชื่อไปอย่างกว้างขวาง ภายใต้แสงสว่างอันสดใสนั้นแม้จะมีร่มเงาที่ดูสงบร่มเย็น สร้างวิถีการดำเนินชีวิตไปอย่างหลากหลายและมากมาย ร่มเงาที่ดูมืดดำเหล่านั้น ก็ราวจะเปรียบประดุจได้กับความเสื่อม ที่อาจเข้ามาสร้างความทรุดโทรมได้ทุกเมื่อ แต่ครั้นถึงคราวเสื่อมถอย รากฐานที่มั่นคงและหยั่งลึกนั้นนั้น ก็ยังกลับมาค้ำจุนให้เติบโต แผ่กิ่งก้าน สร้างหนทางแห่งชีวิตได้อีกครั้ง สถาปัตยกรรมที่สร้างจากไม้ทั้งหลังในศตวรรษที่ 20 อย่าง “ปราสาทสัจธรรม” ที่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “ปราสาทไม้จากสรวงสวรรค์” จึงเสมอเสมือนกับต้นไม้ใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านอย่างงามสง่า แสดงออกถึงความเจริญเติบโตแผ่กว้างซับซ้อนอันยิ่งใหญ่ สามารถรวบรวมความดีงามในศาสนา ปรัชญา และศิลปกรรมมารังสรรค์ได้อย่างยอดเยี่ยม สถาปัตยกรรมเช่นนี้ ย่อมต้องอาศัยรากเดิมอันมั่นคงของไทยเรา ช่วยค้ำจุนและสร้างความงดงามให้งอกเงยต่อเนื่องไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อย้อนดู “เรา” ที่นับเป็น “รากไทย” ผู้ซึ่งรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างภายใต้แสงสว่างที่สดใสแห่งปัจจุบันนั้น เราได้ร่วมมี ร่วมชีวิตอยู่ในห้วงเวลาที่อาจกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของเวลาสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยอาจมิล่วงรู้ได้เลยว่าสิ่งที่ได้กระทำในเวลานี้นั้น จะเป็นส่วนร่วมรับผิดชอบในการสร้างรากฐาน อันจะสืบสานความงอกงามเติบโต หรือช่วยค้ำชูเมื่อยามที่จำต้องพานพบกับความเสื่อมถอย เพราะสิ่งที่กระทำในปัจจุบัน ล้วนจะสะท้อนเป็นความเจริญที่งอกงามสืบต่อไปหรืออาจเป็นความเสื่อมถอยให้ได้ประจักษ์ในอนาคตเฉกเช่นเดียวกัน สมศักดิ์ พัฒนพิฑูรย์ ผลงานทุกชิ้นที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อนิทรรศการชุด “รากไทย” นี้ สร้างสรรค์ขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2548 ถึง พ.ศ. 2550 ทุกภาพถ่ายด้วยกล้องฟิล์มอินฟราเรด ชนิด ขาว-ดำ Infrared Black and White Negative Film และผ่านกระบวนการล้างอัดภาพด้วยเทคนิคดั้งเดิมของการถ่ายภาพ โดยไม่มีส่วนผสมของการปรับแต่งภาพด้วยคอมพิวเตอร์ สถานที่อันเป็นเรื่องราวเนื้อหาในผลงาน คือโบราณสถานของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปราสาทสัจธรรมแห่งจังหวัดชลบุรี

Powered by MakeWebEasy.com